วันนี้ได้รับ Forward Email จากน้องคนนึง เป็นอีเมล์เกี่ยวกับ สมุดบันทึกของคนที่ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในความรัก จริงๆ แล้วจะเรียกว่าผิดหวังก็ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เรียกว่าน้อยใจที่แฟนไม่เอาใจใส่เท่าที่อยากให้เป็นจะดีกว่า ผมก็เคยลองทีนึงนะ ไม่ใช่เรื่องความรักหรอกแต่เป็นเรื่องความกดดันในครอบครัวน่ะ บังเอิญกรีดแขนไม่ลึกพอ เลยรอดมาได้ พอหวนกลับไปนึกถึงวันนั้นแล้วก็รู้สึกว่ามันโง่ดีจัง
ถ้าย้อนกลับไปได้ ผมก็ไม่คิดจะห้ามตัวเองให้ทำแบบนั้นหรอก เพราะผมเชื่อว่าถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นั้นเราก็คิดไม่ได้ซักที ผมคิดได้ว่าไหนๆ ก็ไม่สามารถทำให้ตัวเองตายได้แล้วก็ลุยกับปัญหาให้มันตายไปข้างนึงเลยดีกว่า ดูซิใครจะตายก่อนกัน จนถึงตอนนี้ผมก็ยังอยู่นั่งเขียนเรื่องเพ้อเจ้อให้คุณๆ ได้อ่านกันอยู่นี้แหละ
สำหรับคนที่พยายามฆ่าตัวตายหลายๆ ครั้งจนสำเร็จ ผมดีใจด้วยนะ คุณมีความพยายามดีมาก อย่างที่รู้กัน ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ถ้าชีวิตมันเฮงซวยนัก ก็ตายๆ ไปซะ อย่างน้อยคุณก็ช่วยลดจำนวนประชากรที่กำลังจะล้นโลกลงไปได้บ้าง ปัญหาที่มันยังค้างคาอยู่ ก็ให้คนที่ยังไม่ตายรับๆ ไป ยังไงคุณก็ไม่รับรู้อะไรอยู่แล้ว ญาติสนิทมิตรสหายจะเสียใจคร่ำครวญยังไงก็แป๊บเดียว เดี๋ยวเค้าก็แยกย้ายกันไปทำมาหากินต่อสู้กับโชคชะตาของตัวเองจนถึงที่สุดอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องห่วงเลย
ถ้าคุณตายไปซะคนบนโลกนี้ก็ไม่ยี่หระอะไรอยู่แล้ว คุณเองก็คงรู้และคงไม่สนใจด้วย ฉันจะตายคนเดียวไม่เกี่ยวกับใคร ไม่ได้ลากใครไปตายด้วยซะหน่อยจริงไม๊? แล้วอย่ามาทำเป็นรอบคอบล่ะว่าหลังจากตายไปแล้วจะเจออะไรบ้าง เดี๋ยวจะลังเลซะเปล่าๆ
ชีวิตคือความทุกข์ครับ คนที่กระตือรือร้นต่อสู้กับมันอาจดูเป็นพวกโง่สำหรับคุณ ผมก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนโง่พวกนั้น เพราะผมเชื่อว่าในเมื่อเรายังไม่ตายเราก็ต้องต่อสู้กับมันให้ถึงที่สุด ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ยังไงก็ดีไม่เคยเห็นมีใครบอกว่าตายแล้วจะเป็นสุข เพราะไอ้คนที่ตายไปแล้วมันก็ไม่ได้มาบอกด้วยสิว่ามีความสุขหรือเปล่าแต่ใครจะรู้ล่ะว่าเมื่อคุณตายไปแล้วคุณอาจจะมีความสุขในโลกหลังความตายก็ได้ แต่ถ้าไม่?....ก็ซวยไปละกัน
สรุปก็คือ ตายไปเถอะครับ ให้ไวเลย เดี๋ยวบังเอิญฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้แล้ว จะเสียความตั้งใจในตอนแรกไปเปล่าๆ :-)
ได้เกิดเป็นคนทั้งที ช่วยสร้างสรรค์ความดีให้โลกบ้าง ..