ครั้งหนึ่งผมเคยเฝ้าถามใครต่อใครหลายคนว่า ที่จริงแล้ว "ศิลปะคืออะไร?" คำตอบที่ได้ก็หลากหลาย เป็นไปตามทัศนะของแต่ละคน แต่แล้วก็มีคนๆ นึงบอกกับผมว่า "ศิลปะคือการลอกเลียนธรรมชาติ"
อืมม นั่นเป็นนิยามที่ฟังดูง่ายๆ และน่าสนใจทีเดียว แต่ไหนแต่ไรมา ตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักคำว่า "ศิลปะ" มันก็เกิดขึ้นมาจากความพยายามถ่ายทอดสิ่งที่ตนเห็น สิ่งที่ตนคิดออกมาให้ผู้อื่นได้เห็น ได้คิด ได้เข้าใจเหมือนกับผู้สร้างผลงาน ซึ่งมันก็มีอยู่ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่พบเจอมาอยู่แล้ว
ไม่แปลกหรอก ถ้าหากว่ามีใครคนใดคนนึง แบกเฟรมผ้าใบและขาตั้งขึ้นไปบนเนินเขาแล้วพยายามถ่ายทอดสิ่งที่ตนเห็นลงไปบนผืนผ้าใบนั่น
ไม่แปลกหรอก ที่ใครคนนึงจะจดจ่อเฝ้าดูการย่างเหยาะของชาติอาชาอันสง่าผ่าเผย จึงพยายามเขียนออกมาจนดูราวกับว่ามันจะมีชีวิตอยู่ตลอดไปในกระดาษแผ่นหนึ่ง
ไม่แปลกเลย ที่อาจารย์จะพึงสอนศิษย์ให้ลอกเลียนจิตรกรรมอันอำไพของตน เพื่อให้ศิษย์ได้เดินตามและเป็นแบบอย่างแก่รุ่นต่อๆ ไป นัยว่าท่านนั้นมีชีพเป็นอมตะแม้กายจะกลับสู่ธุลีดินไปช้านาน
จะแปลกไหม? หากผลงานของคนหนึ่งคนใดพึงใจจะมีชิ้นเดียว แต่กลับพบเป็นร้อยเป็นพันในตะกร้าร้านขายของเก่า
แปลกหรือไม่? หากศิลปินผู้หนึ่งจะคว้าเอาผลงานของศิลปินอื่นมาตู่ว่า ตนนั้นเหนื่อยยากปางตายกว่าจะรังสรรค์งานชิ้นนี้ได้สำเร็จ
คงแปลกดี หากผู้มีฝีมือจะฉวยเอาจินตนาการของผู้อื่นมาอวดคนทั้งโลกา มาตรว่าไม่มีใครรู้เห็น
"สามัญสำนึก", "หิริโอตัปปะ", "ใจเขาใจเรา" ยังขาดแคลนนักในหมู่เรา ใครมีหูจงฟังเถิด...